อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว

October 26th, 2010 by chanism.com | สถานที่ท่องเที่ยว/สวยงาม

หลังจากที่วางแผนการเดินทาง+ถ่ายภาพตั้งแต่เมื่อ วาน วันนี้ (25 ต.ค. 53) ผมไปถึงที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วประมาณ 06.30 น. เช้ามากๆ แต่ก็เป็นเวลาที่อุทยานฯ เปิดทำการแล้ว (เวลาเปิดทำการคือ 06.00 – 18.00 น.) สาเหตุที่ไปเร็วขนาดนี้มี 2 เหตุผลครับ คือ หนึ่ง..นักท่องเที่ยวยังไม่มาก (อันที่จริงยังไม่มีเลยสักคน) และสอง..เป็นเวลาที่แดดยังไม่แรง สามารถถ่ายภาพด้วยสปีดชัตเตอร์ต่ำๆ เพื่อให้ได้น้ำเป็นฟองนุ่มๆ โชคดีว่าคืนที่ผ่านมีฝนตกลงมาด้วย เลยทำให้บรรยากาศชุ่มชื้น สดชื่น เพิ่มขึ้นไปอีก แต่ก็ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นด้วยเช่นกัน โขดหินเปียกหมาดๆ มีตะไคร่ขึ้นพองาม มันคือกับดักของนักท่องเที่ยวดีๆ นี่เอง

เมื่อทั้งอุทยานฯ เป็นของผมคนเดียวในเวลานี้ ก็ต้องรีบตักตวงให้มากที่สุด ผมรีบเดินไปหาไฮไลต์ของอุทยานฯ ในระดับที่สูงขึ้นไปบนภูเขามี “ตาน้ำ” ผุดจากธรรมชาติไหลมารวมตัวกันเกิดเป็นแอ่งน้ำ และเป็น “ต้นสาย” ของ “น้ำตกพลิ้ว” สายน้ำ 2 สายที่ไหลลงมาบ่งบอกปริมาณความจุของมันได้เป็นอย่างดี ความรู้จากในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยฯ ไม่ได้ช่วยให้ผมเข้าใจถึงความอัศจรรย์ของธรรมชาตินี้เลยแม้แต่น้อย ผมนึกภาพไม่ออกว่า “ตาน้ำ” ที่ว่า จะมีปริมาณมากขนาดไหน เมื่อเทียบกับ “ผลผลิต” คือสายน้ำที่ไหลลงมาอยู่ตรงหน้า และยังเป็นสายน้ำที่ไหลลงมาตลอดเวลาทั้งปี ให้ชาวบ้าน ชาวสวน ชาวไร่ ได้ใช้ประโยชน์กันมาตั้งแต่รุ่นทวด

ไอน้ำที่ฟุ้งกระจายตรงบริเวณน้ำตกทำเอากล้องและ เลนส์เปียกได้ง่ายๆ แต่ก็เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าเรามาถึงน้ำตกแล้วจริงๆ “ปลาพลวงหิน” ก็เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของน้ำตกพลิ้ว ถ้าใครมาเที่ยวที่นี่แล้วบอกว่าไม่ได้เห็นปลาพลวงหินแสดงว่าคนคนนั้นโกหก แล้วครับ ปลาพลวงหินของที่นี่อ้วนจ้ำม่ำด้วยอาหารที่พวกมันหากินกันเองตามธรรมชาติ และจากอาหารที่นักท่องเที่ยวซื้อมาเลี้ยงปลา อาหารยอดฮิตเห็นจะเป็น “ถั่วฝักยาว” ที่พอโยนลงน้ำทีไร เจ้าปลาตัวสีดำพวกนี้เป็นต้องรุมกินกันได้ทุกครั้งไป ปลาพวกนี้เชื่องกับคนมากนะครับ สามารถสัมผัสและลูบไล้ลำตัวของมันได้เลย แต่อุทยานฯ แห่งนี้ก็มีกฏคุ้มครองปลาพลวงหิน ห้ามตกปลาหรือจับปลานะครับ แว่วๆ มาว่า..ปลาพลวงหินเป็นปลาที่เนื้อไม่อร่อย อาจเพราะกินถั่วฝักยาวมากไป -_-” (อันหลังนี้ผมวิเคราะห์เองนะ..ฮ่าๆๆ) เพราะฉะนั้นปล่อยให้มันเป็นอาหารตาต่อไปจะดีกว่า

น้ำตกพลิ้วในช่วงหน้าฝน ที่แสนจะสดชื่น และอุดมสมบูรณ์

น้ำตกพลิ้วในช่วงหน้าฝน ที่แสนจะสดชื่น และอุดมสมบูรณ์

ฝูงปลาพลวงที่อาศัยอยู่กันแบบสบายๆ

ฝูงปลาพลวงที่อาศัยอยู่กันแบบสบายๆ

น้ำตกพลิ้วนอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงแล้ว ยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำอีกด้วย “อลงกรณ์เจดีย์” ที่ก่อสร้างจากศิลาแลงเมื่อปี พ.ศ. 2419 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว พร้อมกับพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เนื่องจากทั้งสองพระองค์ทรงโปรดปรานน้ำตกพลิ้วเป็นอย่างมาก แม้ปัจจุบันจะมีตะไคร่และพืชที่ชอบความชื้นขึ้นปกคลุม แต่ก็ยังมั่นคงแข็งแรงตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเด่น

อลงกรณ์เจดีย์ และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

อลงกรณ์เจดีย์ และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

ต่อมาหลังจากพระนางเสด็จฑิวงคตจากอุบัติเหตุเรือ พระประเทียบล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างปิรามิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2424 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักและอาลัยของพระองค์ที่ทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนัน ทากุมารีรัตน์ และขนานนามอนุสรณ์สถานแห่งนี้ว่า “ปิรามิดพระนางเรือล่ม” โดยภายในได้บรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งไว้ด้วย

ในภายหลังมีการ ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ขึ้นบริเวณลาน พักผ่อนเอนกประสงค์ ด้านหน้าของอลงกรณ์เจดีย์ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีต่อจังหวัดจันทบุรี

อุทยานนี้มีที่พักเป็นบ้านและจุดกางเต๊นท์ไว้ บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับจุด “ชมวิวทะเล” ที่ชื่อแบบนี้เพราะว่า คุณจะสามารถมองเห็นทะเลได้จากจุดนี้เลยครับ ในส่วนของบรรยากาศก็ยังร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ เดินนุ่มเท้าด้วยหญ้าสีเขียว ด้านบนนี้อากาศจะโปร่งและถ่ายเทดีกว่าบริเวณน้ำตกมากทีเดียว บริเวณใกล้ๆ ก็มีจุดบริการนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ของอุทยานอยู่ใกล้ๆ ด้วย ดังนั้นมั่นใจในความปลอดภัยได้เลยครับ

บริเวณจุดกางเต๊นที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยว

บริเวณจุดกางเต๊นที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยว

ขากลับผมแวะ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติ” เส้นทางนี้เป็นทางเดินรอบน้ำตกขึ้นไปถึง “ต้นสาย” ของน้ำตก แล้วเลี้ยวกลับลงมาบริเวณอลงกรณ์เจดีย์ ผมยังไม่มีโอกาสได้ลองเดินเหมือนกันครับ วันที่ไปเจ้าหน้าที่บอกว่า สะพานบริเวณ “ต้นสาย” ขาด แล้วก็มีต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง คงเพราะเพิ่งผ่านช่วงมรสุมมาหมาดๆ ผมก็เลยได้เดินแค่นิดเดียว ในภาพเป็นสะพานไม้ที่ทอดยาวข้ามธารน้ำตกเข้าสู่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ

เส้นทางศึกษาธรรมชาติในน้ำตกพลิ้ว

เส้นทางศึกษาธรรมชาติในน้ำตกพลิ้ว

มุมอื่นๆ ในน้ำตกพลิ้ว

มุมอื่นๆ ในน้ำตกพลิ้ว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ได้ที่
เลขที่ 41 หมู่ที่ 12 ต.พลิ้ว
อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี 22190
โทรศัพท์/โทรสาร 039-434-528
http://www.dnp.go.th

ที่มาของข้อมูลโบราณสถานและอนุสรณ์สถาน
http://www.dnp.go.th/paro2/อชน้ำตกพลิ้ว/แหล่งเที่ยวพลิ้ว.html

แผนที่การเดินทาง
กรุงเทพฯ-อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว



Leave a Reply

ต้องการแสดงรูปภาพ display ของตนเองใน comment
กรุณา ลงทะเบียนใช้งาน gravatar ก่อนนะครับ => วิธีการลงทะเบียน
( หรือ comment ไปก่อนแล้วไปลงทะเบียนทีหลังก็ได้ครับ )

*